Sponsored Ads

เชื่อว่า ขึ้นปีใหม่ หลายคนต่างก็ตั้งเป้าหมายที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง พัฒนาตัวเองให้ชีวิตดีขึ้น ต้องมีสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต ทั้งเรื่องส่วนตัวอาชีพการงาน ฯลฯ แต่เพื่อให้ไปถึงจุดหมายนั้น มีหลายเรื่องมากที่จำเป็นต้องรู้ โดยเฉพาะสิ่งที่ควรทำและไม่ ควรทำ

 

การวางแผนเปลี่ยนตัวเอง พัฒนาตัวเอง หลายคนมักจะนึกถึงแต่เป้าหมาย กำหนดเป้าหมายกันใหญ่โต ซึ่งทำได้ง่าย แค่ คิดเอา แล้วก็พูดบอกชาวบ้าน แต่.... ขั้นตอนการปฏิบัติตนเพื่อไปสู่จุดหมายนั้น กลับไม่มีการพูดถึงสักเท่าไหร่นัก เพราะขั้น ตอนการปฏิบัตินั้น จำเป็นต้องศึกษาหาความรู้ สร้างประสบการณ์ หรือมีคนให้ความช่วยเหลือ โดยเฉพาะการตั้งเป้าหมายที่ ยิ่งใหญ่ หรือเกินกำลัง เช่น จากมนุษย์เงินเดือนทำงานได้เดือนละไม่ถึง 2 หมื่น แต่วางแผนว่า สิ้นปีจะต้องมีเงินเก็บสักล้าน บาท เป็นต้น เป้าใหม่ใหญ่ขนาดนี้ ไม่มีโค้ชดีๆ แนะนำ ก็ไม่มีทางทำได้

การวางแผนพัฒนาตัวเอง ในช่วงขึ้นปีใหม่ ซึ่งหลายคนก็มีความคิด ความตั้งใจแบบนี้ทุกปี แต่น้อยคนจะทำสำเร็จ ความ ไม่รู้ในขั้นตอนการปฏิบัติเป็นปัญหาสำคัญที่ทำให้เป้าหมาย กลายเป็นแค่เป้ากระดาษ ที่แตะข้างฝาไว้ดูต่างหน้าเท่านั้นเอง

ตัวอย่างการวางแผนเพื่อพัฒนา เปลี่ยนแปลงตัวเองให้ดีขึ้น

การเปลี่ยนวิธีคิด ฝึกคิดนอกกรอบ

ก่อนอื่นต้องเปลี่ยนวิธีคิดก่อน จะวางแผนทำอะไร จะพัฒนาตัวเองอย่างไรก็ตาม ต้องเปลี่ยนวิธีคิดให้ได้ก่อน ต้องฝึกคิด นอกกรอบ และลองทำตามที่ตัวเองคิดก่อน คิดในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ แต่มีโอกาสเป็นไปได้ ถ้าลองทำ เช่น คุณ ตูน ตั้งใจจะ ระดมเงินเพื่อเป็นทุนซื้ออุปกรณ์การแพทย์สำหรับโรงพยาบาล การวิ่งทางไกล 400 กิโลเมตร ไม่ได้ลงทุนเรื่องเงินมากนัก แต่ เน้นลงแรง ซึ่งสามารถรวบรวมเงินบริจาคได้เกิน 60 ล้านบาท แถมค่าใช้จ่ายก็น้อยมาก สามารถบริจาคให้โรงพยาบาลได้ อย่างเต็มที่ เมื่อเทียบกับการจัดคอนเสิร์ต ขายบัตรเข้าชม หรือบริจาค ก็ยากที่จะระดมทุนได้มากขนาดนี้ แถมค่าใช้จ่ายก็ เยอะกว่ามาก อาจจะเหลือเงินบริจาคไม่มากนัก คนเพียงคนเดียวสามารถทำได้ขนาดนี้ นี่คือการคิดนอกกรอบ ทำในสิ่งที่คน ส่วนใหญ่คาดไม่ถึงว่าจะสามารถทำได้

การคิดทำในสิ่งที่ยากจะเป็นไปได้ เราสามารถทำได้ ถ้าอายหรือกลัวใครจะดูถูกความคิด ก็อย่าไปเล่าให้ใครฟัง ทำไม่ สำเร็จ หรือได้ผลอย่างไร ก็รู้อยู่แก่ใจแค่คนเดียว คนที่ประสบความสำเร็จบนโลกใบนี้ ส่วนใหญ่จะคิดในสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่ เชื่อว่าจะเป็นไปได้แทบทั้งนั้น แต่กว่าจะถึงจุดนั้น ล้วนผ่านความล้มเหลวมามากต่อมาก จากการลองผิดลองถูก

รู้ระดับความมุ่งมั่นของตนเอง เพื่อนำไปเป็นข้อมูลในการกำหนดเป้าหมาย

หากเปรียบเทียบแรงกาย แรงใจของเราได้กับเครื่องยนต์ของรถแล้ว ก็ควรจะรู้ว่า มีกี่ซีซี มากพอจะพาตัวเองไปไกลได้แค่ ไหน ไปได้แค่ไปจ่ายตลาด หรือข้ามตำบล อำเภอ จังหวัด ประเทศหรือข้ามทวีบ เรื่องนี้สำคัญจะเพื่อจะได้ตั้งเป้าหมายที่ สามารถทำได้ ไม่หนักมากเกินไป เช่น มีเงินเดือน 20,000 เก็บให้ได้เดือนละ 5000 ก็ยังไม่ง่ายนัก ถ้าวางแผนจะเก็บให้ได้ เกินเดือนละ 10,000 บาทขึ้นไป ก็เหมือนจะเริ่มเดินทางออกนอกประเทศ เริ่มจะเกินกำลัง เป็นต้น

การฝึกสร้างความมุ่งมั่นให้ตนเอง

การจะพัฒาตนเองได้ดีนั้น จำเป็นต้องมีความมุ่งมั่นที่แรงกล้า ซึ่งสามารถฝึกฝนได้ ด้วยการพยายามทำอย่างเดียวเรื่อง เดียว และอยู่กับสิ่งนั้นให้นานๆ อย่าทำหลายอย่างพร้อมกัน จะทำให้ขาดสมาธิ เช่น อ่านหนังสือไปด้วย ดูหนังหรือฟังเพลง ไปด้วย พยายามทำอย่างเดียว เรื่องเดียว

นอกจากนี้ก็พยายามทำงานใหญ่ หรือเรื่องที่ต้องใช้เวลาอยู่กับสิ่งนั้นนานๆ เช่น ถ้าอ่านหนังสือไม่จบทั้งเล่มจะไม่หยุด การฝึกในลักษณะนี้ หากทำบ่อยๆ จะทำให้มีความมุ่งมั่นสูง และเพิ่มโอกาสที่จะพัฒนาตัวเองให้สำเร็จตามแผนได้ไม่ยาก

วางแผนการเสพโซเชียล เสพโลกโซเบอร์ ให้อยู่บนความพอดี

หากลองสังเกตุให้ดีจะพบว่า หลายคนติดโซเชียลมาก ทั้ง Facebook, Google+, Line, Instagram ฯลฯ เวลาชีวิตที่จะทำสิ่ง ดีๆ หายไปกับโซเชียล สำหรับคนทำงานประจำ หรือมีการงานมั่นคงแล้ว ก็จะยิ่งติดกับดักโซเชียล เพราะหากไม่ทำผิดร้ายแรง ก็ยากจะโดนให้ออก หลายคนจึงเสพโซเชียลอย่างเต็มที่ เวลาที่จะทำสิ่งดีๆ ก็จะหมดไป

แต่การใช้โซเชียลให้เกิดผลดีแก่ตัวเราเอง ก็สามารถทำได้เช่นกัน บางคนก็เน้นเผยการโพสต์เผยแพร่ความรู้ ประสบการณ์ ของตนเอง ซึ่งเป็นการพัฒนาตัวเองอย่างหนึ่ง เพราะก่อนจะโพสต์อะไรลงไปก็ต้องศึกษาหาความรู้ก่อน หรืออาจขายสินค้า ผ่านโซเชียลเป็นต้น

วางแผนเรื่องเวลา

การวางแผนเรื่องนี้ยากที่สุดและเป็นปัญหาใหญ่ของหลายคนที่อยากจะพัฒนาตัวเอง สำหรับคนทำงานก็จะมักจะอ้างว่า ไม่มีเวลา แต่คนทำงานส่วนตัว อาชีพอิสระ มีเวลาว่าง 24 ชั่วโมง บางทีก็มีเวลาว่างทั้งวัน กลับมีปัญหาเช่นกัน ก็คือควบคุม ตัวเองให้ทำอะไรเป็นเวลาไม่ได้ หากพิจารณาให้ดีแล้ว จะเห็นว่า ปัญหาเรื่องเวลา นั้นเกิดจากตัวบุคคล คนทำงานประจำ เป็นพนักงาน สามารถแบ่งเวลาได้ ใน 24 ชั่วโมง ย่อมจะมีเวลาว่าง ค่อยๆ ค้นหาก็จะพบ แต่สิ่งสำคัญก็คือต้องเปลี่ยนความ คิดเสียก่อน แทนที่จะคิดว่า ไม่มีเวลา ให้เปลี่ยนความคิดเสียใหม่ว่า ทำไมไม่มีเวลา เวลามันหายไปไหน ค่อยๆ ตามหา เดี๋ยว ก็จะเจอเวลาที่หายไป และสามารถนำเวลามาใช้ได้

ส่วนคนทำอาชีพอิสระ ความมีระเบียบวินัยจะช่วยควบคุมเรื่องเวลาได้ ต้องฝึกตนเองให้มีวินัย ตื่นกี่โมง นอนกี่ทุ่ม แต่ละ วันทำอะไรตอนไหน เมื่อไหร่ อย่าทำตัวอิสระ คนทำอาชีพส่วนตัว ยิ่งมีเวลาอิสระมากๆ ก็ยิ่งต้องควบคุมตัวเองให้มาก จัด ระเบียบสิ่งที่ต้องทำ และต้องอยู่ในระเบียบวินัยตามที่วางไว้ ก็จะควบคุมเวลาได้ และมีเวลาว่างที่จะศึกษาหาความรู้เพิ่มเติมได้ ไม่เช่นนั้นกว่าจะนอนก็เช้า กว่าจะตื่นก็บ่ายแก่ๆ เวลาหายไปหมด กับความไร้ระเบียบ จะกลายเป็นอุปสรรคในการพัฒนาตน เอง

วางแผนศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม

การพัฒนาตนเอง สิ่งสำคัญก็คือ การศึกษาหาความรู้เพิ่มเติม การศึกษาหาความรู้มีหลายวิธี ถ้าด่วนๆ ก็ต้องลงทุน ศึกษาตามคอร์สต่างๆ ถ้าไม่รีบร้อนก็ศึกษาด้วยตนเองไปเรื่อยๆ แต่อย่าหยุด

การศึกษาให้ใช้การจดบันทึกเรื่องที่อ่าน เรื่องที่ศึกษา หาสมุดเล่มโตๆ หนาๆ ที่สามารถใช้งานได้หลายปี มาไว้จดบันทึก ซึ่งจะมีข้อดีก็คือ จะช่วยลดภาระการจำของสมอง เพราะเมื่อเปิดอ่านบันทึก ก็จะระลึกถึงเรื่องที่ได้อ่านได้ศึกษาได้เร็วขึ้น ต่าง จากการพิมพ์เป็นไฟล์ไว้ในคอมพิวเตอร์ แม้เวลาจะมีจำกัด แต่การจดบันทึกสิ่งที่ได้เล่าเรียนศึกษาจะช่วยได้มาก

วางแผนเรื่องข้าวของเครื่องใช้ ยานพาหนะ สัตว์เลี้ยง

ารมีข้าวของเครื่องใช้ที่มากเกินไป ย่อมจะสร้างภาระ และทำให้เสียสมาธิที่จะคิดการใหญ่ หรือเสียความตั้งใจที่จะพัฒนา ตัวเอง การใช้งานอุปกรณ์เครื่องใช้ อุปกรณ์อีเล็กทรอนิค รถยนต์ จักรยานยนต์ ฯลฯ ในช่วงที่ต้องการวางแผนเพื่อพัฒนาตัว เอง ควรชะลอเรื่องเหล่านี้ไปก่อน เช่น ไม่ควรเปลี่ยนรถใหม่ ทำให้มีภาระเพิ่ม หรือเปลี่ยนอุปกรณ์เครื่องใช้ ที่อาจจะสร้าง ปัญหา ต้องผ่อนทุกเดือน เป็นต้น

เมื่อไม่มีปัญหาจากอุปกรณ์ของใช้ส่วนตัว ก็จะทำให้มีสมาธิในการที่จะทำตามแผนที่ได้วางไว้ได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยง ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่ต้องการการดูแล ควรหลีกเลี่ยง

วางแผนใช้ชีวิตที่ไม่ซับซ้อนแต่เน้นเรียบง่าย

การคิดการใหญ่ วางแผนจะทำงานใหญ่ ไม่ควรใช้ชีวิตที่ซับซ้อน เช่น มีรถ ผ่อนรถ มีกิ๊ก ผ่อนกิ๊ก มีสัตว์เลี้ยง มีข้าวของ เครื่องใช้ ที่ต้องดูแลหรือมีอะไรลึกๆ ลับๆ ที่มากเกินไป สิ่งเหล่านี้จะทำให้การวางแผนพัฒนาตัวเองทำได้ยาก

หากใช้ชีวิตเรียบง่าย ก็จะมีเวลา มีพลังที่จะเอาไปคิด ไปทำสิ่งที่วางแผนไว้ให้ประสบความสำเร็จได้ง่ายกว่า เช่น ไม่มีรถ ก็ ไม่เครียด เรื่องที่จอด เรื่องหนู นก ที่จะมาสร้างความเสียหายให้กับรถ ไม่ต้องกังวลว่าจะหาย หรือต้องซ่อมบำรุง ไม่มีสัตว์เลี้ยง ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการให้อาหาร ความเจ็บป่วย เป็นต้น ปัญหาส่วนตัวหรือสิ่งรอบตัวที่น้อยที่สุด จะลดปัญหาที่จะเกิดขึ้นได้ มากที่สุด ซึ่งเป็นชีวิตที่เรียบง่าย ก็จะมีเวลาไปทำสิ่งที่อยากจะทำได้อย่างเต็มที่

วางแผนชีวิตคู่ การมีแฟน

ในช่วงเวลาที่จะต้องพัฒนาตัวเอง หรือวางแผนที่จะทำอะไรให้ชีวิตดียิ่งขึ้น ชีวิตคู่เป็นเรื่องที่ควรหลีกเลี่ยง ยิ่งคิดการใหญ่ มากเท่าไหร่ เรื่องนี้ต้องให้ความสำคัญ นอกเสียจากจะเจอคนที่เข้าใจ แต่คนส่วนใหญ่ยากจะเข้าใจ ซึ่งมีโอกาสทำให้แผนที่ วางไว้พังลงได้

การคิดการใหญ่ถึงใหญ่มาก การครองความเป็นโสดจะเป็นเรื่องดี เพราะสมองจะสามารถคิดเรื่องงานได้อย่างเต็มที่ การ มีคู่ ก็เหมือนลิ้นกับฟัน มีปัญหากระทบกระทั่งกันบ้าง ถ้าเกิดขึ้นบ่อยๆ เพราะหมดโปรโมชั่นแล้ว แต่ละคนก็จะเริ่มเอาแต่ใจตัว เอง จะส่งผลกระทบอย่างมากกับการวางแผนที่จะพัฒนาตัวเอง เพราะสมองส่วนใหญ่จะถูกใช้ไปกับการคิดเรื่องปัญหาที่เกิด ขึ้นกับคู่ของตนเอง

วางแผนเรื่องความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ครอบครัว

การวางแผนที่จะพัฒนาตัวเอง ถ้าไม่มุ่งมั่นที่จะพัฒนาตัวเองในระดับสูงมากนัก อาจจะไม่มีปัญหากับคนรอบข้าง เรื่องนี้ สำคัญที่จะต้องคุยกันให้เข้าใจว่ากำลังทำอะไรอยู่ และจัดแบ่งเวลาให้ดี เพราะคนส่วนใหญ่ ยากจะเข้าใจ และหากวางแผน และทำตามแผนไม่ได้ เวลาก็จะหมดไปกับการพยายามรักษาความสัมพันธ์

วางแผนเรื่องการใช้จ่ายเงินทอง

การใช้เงินสามารถสร้างปัญหา สร้างความปวดหัวให้เราได้ การใช้จ่ายเงินทอง ต้องจ่ายเฉพาะในเรื่องที่จำเป็นเท่านั้น ชีวิตก็จะไม่มีปัญหากับเรื่องนี้ และไม่เป็นปัญหารบกวนจิตใจกระทบกับแผนการพัฒนาตัวเองที่วางไว้

วางแผนออกกำลังกาย ดูแลสุขภาพ

การวางแผนทำงานใหญ่ หรือพัฒนาตัวเองในระดับสูงมากเท่าไร การดูแลสุขภาพ ก็จะต้องทำคู่กัน คิดงานใหญ่ แต่ร่าง กายทำไม่ไหว ก็จบกัน

ทำตามแผนที่วางไว้อย่างต่อเนื่อง

การวางแผนจะพัฒนาตัวเองเรื่องใด ด้านใดก็ตาม เมื่อศึกษาหาความรู้อย่างดีแล้ว ก็ลงมือทำอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทุกเรื่อง ทุกความสำเร็จ ล้วนต้องใช้เวลา เป้าหมายที่ใหญ่มากเท่าใด ก็ต้องใช้เวลา แรงกาย แรงใจมากเท่านั้น

คนส่วนใหญ่ชอบตั้งเป้าหมาย ต้นปีก็จะป่าวประกาศว่าจะทำอะไร จะเป็นอะไร แต่เชื่อเถอะว่า ปลายปีก็ยังเหมือนเดิม เพราะการทำตามแผน การลงมือปฏิบัติอย่างต่อเนื่องนั้นยากที่สุด การพูดถึงเป้าหมายอาจจะใช้เวลาไม่กี่นาที แต่การเดินไปสู้ เป้าหมายจำเป็นต้องใช้เวลาเป็น พันๆ วินาทีเลยทีเดียว

การวางแผนที่จะพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งๆ ขึ้น ในแต่ละปีนั้น การลงมือปฏิบัติอาจจะมากน้อยต่างกันไป การเน้นทำเรื่องเดียว ไม่เกินตัว ก็จะประสบความเร็จเร็วกว่า บางคนตั้งใจว่าจะศึกษาภาษาอังกฤษ ก็มุ่งมั่นเพียงเรื่องเดียว แบบนี้ ก็ไม่ยากเกินไปนัก แต่หากตั้งเป้าหมายจะเป็นผู้ประกอบการ หรือประสบความสำเร็จในอาชีพส่วนตัว การทำธุรกิจส่วนตัว แบบนี้ จำเป็นต้อง ทุ่มเทอย่างมาก ไม่เช่นนั้นยากจะประสบความสำเร็จ ยิ่งหากมีเรื่องอื่น ปัญหาต่างๆ รอบตัวด้วยแล้ว ความสำเร็จจะยิ่งห่าง ไกลออกไปเรื่อยๆ

Sponsored Ads

.

.

Sponsored Text Ads